ประวัติ พลตรีหม่อมเจ้า ฉัตรมงคล โสณกุล
พระนิพนธ์ของพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร
จากหนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทายเพลิงศพ พลตรี หม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล
หม่อมเจ้าฉัตรมงคล เป็นโอราองค์ที่สองของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา กับหม่อมเอม ประสูติเมื่อวันที่ 9 มกราคม ปีจอ พุทธศักราช 2429 ที่วังปากคลองตลาด ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงตรัสขอแลกกับที่ตลาดน้อย ซึ่งได้เป็นวังกรมขุนพิทยลาภต่อมา จำเดิมแต่ประสูติมา คุณย่าซึ่งเวลานั้นอยู่ที่วังนั้นได้รับไปเลี้ยงไว้เพราะท่านชอบเลี้ยงหลานผู้ชายเช่นข้าพเจ้าท่านก็เลี้ยงไว้ ในปลายปีนั้นเองคุณย่าต้องเข้าไปรับราชการเป็นท้าววรจันทรอยู่ในพระบรมมหาราชวัง เรือนที่ว่างอยู่สำหรับท่านเป็นเรือนเล็กอยู่ใกล้สวนศิวาลัย ไม่มีที่พอจะเลี้ยงหลานได้ถึงสองคน จึงได้พาเข้าไปได้แต่ข้าพเจ้า(อายุ 1 ปีกว่า)คนเดียว ท่านเล่าอยู่เสมอว่าท่านรู้สึกใจหายเมื่อตอนที่จะจากไปอยู่ในวังหลวงเพราะท่านเดินผ่านไปและพูดด้วยว่า "ย่าไปก่อนนะ" แกก็เหลียวตามท่านไปจนสุดสายตา เวลานั้นเรียกว่า "ชายเล็ก" ต่อมาไม่ช้าท่านได้เรือนใหญ่กว่านั้นในแถบเดียวกันจึงได้รับ "ชายเล็ก" เข้าไปเลี้ยงไว้ด้วย
เมื่ออายุสมควร(เห็นจะสัก 7 ขวบ) สมเด็จพระบรมราชเทวีตรัสชวนให้คุณย่าส่งเด็กทั้งสองคนนี้ไปเรียนที่โรงเรียนราชกุมาร ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งขึ้นเมื่อพระราชกุมารทองศึกษาและโปรดเกล้าฯให้เด็กหลานๆเหล่านี้ได้เข้าเรียนโดยเสด็จ ชีวิตที่อยู่ในวังหลวงนั้นนอกจากเรียนหนังสือแล้วก็ขึ้นไปเล่นกับเจ้านายที่บนพระที่นั่งบรมราชสถิตมโหฬาร เจ้านายเวลานั้นคือทูลกระหม่อมเล็ก(สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ) เป็นต้น ตลอดจนถึงกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ในที่นี้พวกเด็กๆอย่างเราเรียนอ่านเขียนไทยและคำนวน จะได้แบ่งปันเวลาเรียนเวลาเล่นอย่างไรจำไม่ได้ แต่เวลาเล่นนั้นสนุกมากเพราะมีของเล่นสารพัด เช่น ทหารตะกั่วและปืนผาหน้าไม้มีมากรู้สึกเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อใดมีงานพระราชพิธีซึ่งครั้งนั้นมีบ่อยที่สุด พวกหม่อนเข้าเล็กๆ เช่นเรานี้ก็ตามเสด็จเจ้านายลูกเธอไปนั่งกับพื้นหลังพระเก้าอี้ที่ประทับ งานเช่นนี้มีบ่อยจนพวกเราแคบทุกคนได้ยินพระสวดมนต์เลยสวดเองได้ทั้งแบบธรรมยุต และมหานิกาย และแถมแบบมอญด้วยอีกอย่างหนึ่ง ทั้งจำอื่นๆ อีก เช่นคำที่พระราชคณะถวาย อดิเรกถวายพระพรลา แล้วนำมาเล่นกันที่โรงเรียนบ่อยๆ
เมื่อทางราชการตั้งโรงเรียนราชวิทยาลัยขึ้นที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี บิดาของเราได้ทรงจองที่ในโรงเรียนกินนอนนั้นไว้ให้เราทั้งสองคนตั้งแต่แรก เวลานี้ "ชายเล็ก" ได้กลายเป็น "ชายกลาง" ไปเพราะมีน้องชายเกิดขึ้นมาอีก ชายกลางก็ไปเข้าโรงเรียน ข้าพเจ้าก็ควรจะไปแต่ขออยู่กันคุณย่าและเรียนต่อไปที่โรงเรียนราชกุมาร
การเล่าเรียนที่โรงเรียนราชวิทยาลัยได้ผลดีมากจนเธอสอบได้ทุนเล่าเรียนหลวงพระราชทานในการสอบความรู้แข่งขันเมื่อ พ.ศ. 2453 แล้วได้ไปเรียนต่อที่เมืองอังกฤษ ภายหลังที่ได้เตรียมตัวบ้างเล็กน้อยก็ไปสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนแฮไรว์เป็นโรงเรียนมัธยมชั้นดีเยี่ยมอัน1 ซึ่งมักพูดกันว่ามีอยู่ประมาณสิบแห่งด้วยกัน โรงเรียนดังว่านี้คือ อีตั้น อันเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ของราชวงศ์อังกฤษอยู่ใกล้พระราชวังวินดเสอร์ แฮโรว์อันเป็นโรงเรียนชั้นดีที่คนไทยได้เข้าไปเรียนอยู่มาก รักบี้อัน นับว่าเป็นโรงเรียนตัวอย่างของผู้ดีอังกฤษมีระเบียบเข้มงวดมิใคร่ยอมลดหย่อนง่ายจนทุกวันนี้ มอลบะระ วินเชลเด้อร์อันเป็นโรงเรียนผู้ดีอีกแห่งแต่ไม่มีนักเรียนไทยเพราะเขารับแต่ผู้ถือศาสนาคริสเตียนนิกายโปรเตสตันด์ นอกนั้นก็ยังมี อัปปิงแฮม เอานเดล เฮลิเบอร์ เชลเดนแฮม ฯลฯ ต่อมาได้ไปเข้ามหาลัยเคมบริดจ์เรียนวิศวกรรมศาสตร์ แต่แล้วทางรางการตกลงให้เรียนวิชาทหาร จึงได้ไปเข้าโรงเรียนทหารช่างของอังกฤษ ขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองประจำการเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2450 รับพระราชทานสัญญาบัตรร้อยตรีจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาระหว่างเสด็จรักษาพระองค์ที่เมืองฮัมบูรคในประเทศเยอรมัน
เมื่อเสร็จการเล่าเรียนได้กลับเข้ามารับราชการในกองทัพบกประจำกองร้อยที่1 ทหารช่างรักษาพระองค์ใน พ.ศ.2451 ต่อมาอีก 2 ปีย้ายไปประจำกองทหารช่างที่ 5 (นครราชสีมา) แล้วย้ายมาเป็นผู้รั้งผู้บังคับกองร้อยที่ 1 กรมทหารช่างกองทัพที่ 1 ในปี 1455 ได้เป็นผู้บังคับองร้อยที่ 1 รักษาพระองค์กรมทหารช่างกองทัพที่ 1 ถึง 2456 ไปเป็นผู้รั้งผู้บังคับกองพันพิเศษกองพลทหารบกที่7(พิษณุโลก) แล้วได้เป็นพันตรี ในปีนั้นเองเป็นผู้รั้งผู้บังคับการกรมทหารบกช่างที่ 1 แล้วเป็นตัวผู้บังคับการในปีต่อมาและเลื่อนยศขึ้นเป็นพันโท ในปี 2465 ได้เป็นพันเอกและต่อมาอีก 4 ปีได้เป็นจเรการช่างทหารบกอันเป็นตำแหน่งนายพล ในสมัยโน่นมิได้เลื่อนกันง่ายๆ จึงมิได้เป็นนายพล จนอีกสี่ปีต่อมาใน พ.ศ.2473 ได้เป็นจเรทหารบกใน 2475 แต่ต่อมาอีก 2 เดือนมีการเปลี่ยนแปลงปกครองจึงได้ถูกปลดออกจากประจำการตลอดมาจนถึงที่สุดแห่งอายุ ในรัชการปัจจุบันทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชองครักษ์พิเศษ
 ในระหว่างที่รับราชการอยู่นั้นได้สนองพระเดชพระคุณในหน้าที่พิเศษบางอย่าง เช่นเป็นราชองค์รักษ์เวรหลายคราว เป็นนายทหารพิเศษประจำกรมทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ และเป็นตุลาการศาลทหารกลาง และนอกจากราชการปรกติยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเป็นผู้ช่วยทูตทหารในคณะทูตพิเศษเมื่อมหาสงครามครั้งแรก ประจำอยู่ในสนามรบด้านประเทศฝรั่งเศษอยู่สองปีจนเสร็จสงคราม ได้รับบำเหน็จจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นตราเลจยองตอนเนอร์ ชั้น 4 และได้พระราชทานตราเส้นต์ไมเคลแอนด์เล้นต์จอร์จชั้นที่ 3 จากพระเจ้าจอร์จที่ห้ากรุงอังกฤษ
บำเหน็จราชการไทย ได้รับพระราชทานมาโดยลำดับ ถึงต้นทุติยจุลจอมเกล้า ศรีดาภรณ์ช้างเผือกและมงกุฎ เหรียญรัตนาภรณ์รัชการที่ 6 ได้ชั้นสาม รัชกาลที่ 7 ได้ชั้นสามและรัชการปัจจุบันได้ชั้นสามดุจกัน นอกนั้นก็ได้เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีต่างๆตลอดมา
งานอดิเรกนอกหน้าที่ราชการก็ได้ทำไว้หลายอย่าง แต่ละอย่างทำจริงทั้งนั้นมิใช่แต่ทำโดยฐานะกิตติมศักดิ์ที่ขึ้นชื่อว่าทำ ในเมื่อแรกที่มารับราชการอยู่ในกรุงเทพฯ ได้เป็นกรรมการราชกรีฑาสไมสาหลายตำแหน่งเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงว่าเที่ยงธรรม์ในการตัดสินแข่งม้า ถึงรัชการที่เจ็ดทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัยเพราะได้เคยผ่านชีวิตบับลิคสกูลอังกฤษมา และมีความสนใจในเรื่องพลศึกษาของโรงเรียน ครั้นเมื่อมีการชุมนุมลูกเสือของชาติในรัชการนั้น ก็ได้เป็นกรรมการควบคุมการแข่งขันวิชาลูกเสือบางแผนก ทั้งเป็นการรมการสโมสรเล่นกอลฟในราชกรีฑาสโมสร เล่นกอลฟสม่ำเสมอ จนได้รับความนิยมว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางนี้เป็นพิเศษผู้หนึ่ง
ในตอนท้ายแห่งชีวิต เมื่อลูกเริ่มจะโตๆขึ้นต้องจัดการให้เล่าเรียนดีๆแล้ว ได้พร้อมใจกันกับพระองค์หญิงผู้ชายาย้ายออกไปอยู่กรุงลอนดอน ส่งลูกเข้าเรียนในสำนักเรียนเช่นแฮโรว์และอื่นๆตามวัย ในที่สุดเมื่ออายุมากขึ้นมีอาการเจ็บป่วยมากขึ้นทุกที ถึงชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507
ชายกลางได้ทำการสมรสกับหม่อมราชวงศ์หญิงวิศิษฐศรี หัสดินทร ณ อยุธยา มีลูกคนหนึ่งแต่ตาย แล้วได้ทำการสมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน พระธิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรรควรพินิต เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2480 มีลูกคือ หม่อมราชวงศ์อายุมงคล หม่อมราชวงศ์ถวัลยมงคล หม่อมราชวงศ์หญิงสุมาลยมงคล หม่อมราชวงศ์จตุมงคล สุมาลยมงคลแต่งงานกับนายจุลเสถียร โชติกเสถียรมีลูกชายชื่อ จิรมงคล
ได้วาระที่ได้รับพระราชทานเพลิงศพ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโกศราชวงศ์เป็นเกียรติพิเศษ ซึ่งเจ้าภาพสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเกล้าล้นกระหม่อม
บรรดาญาติพี่น้องเพื่อนฝูงคงไม่มีใครจะค้านข้าพเจ้าที่ว่า ชายกลางเป็นคนสุจริตโอบอ้อมอารี มีเมตตา แก่ผู้แวดล้อมทุกชั้นไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ วางตัวอยู่ในความเที่ยงธรรม แม้จะลำเอียงเพราะหลงบ้างก็เป็นธรรมดาของมนุษย์มิใช่ตั้งใจจะเป็นพาลทรชน ในทางปัญญาความรู้ การเล่าเรียนของเธอในปฐมวัยเป็นพยานอยู่ว่า สามารถไปได้ไกลจนถึงสอบแข่งขันได้ทุนเล่าเรียนพระราชทานปีละสองคนจากนักเรียนชั้นมัธยมทั้งเมืองไทย ในทางอุดมคติแน่วแน่อยู่ในหลักจงรักภักดีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เว้นขาดจากการเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ทั่วไปทั้งในกิจการส่วนตัว ทั้งในลักษณะปฏิบัติราชการ ซึ่งข้าพเจ้าในฐานะคนแก่ที่สุดในพวกโสณกุล เต็มใจยกย่องว่าเขาเป็นบุคลที่นับถือได้