• ตรวจแถวเลือกตั้งคนดังพาเหรดลงสนาม

ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2547

ใกล้หน้าศึกเลือกตั้งเท่าไร  ดีกรีการเมืองไทยก็ยิ่งร้อนระอุ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเฟ้นหาเลือกใหม่เพื่องว่างตัวทายาททางการเมืองของแต่พรรค  ยิ่งดุเดือดขึ้นทุกขณะรับกับการเมืองแบบบูรณาการ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังงาน “โหมโรง” ระดมเงินทุนเข้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ฝ่านมา  ฉายาของ  “ หล่อจิ๋ว “  ก็กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นในแวดวงการเมืองทันที่ เมื่อเปิด
ตัว  ม.ล.อภิมงคล  โสณกุล  ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ  ม.ร.ว.จัตุมงคล  โสณกุล  อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ  ที่พกดีกรีปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์จากออกซฟอร์ด  พ่วงด้วยปริญญาโทเศรษฐศาสตร์จุฬฯมหาวิทยาลัยอีกใบ  เข้ามาช่ายเพิ่มสีสันทางการเมืองได้ไม่น้อย

           ด้วยวัยเพียง  26  ปียิ่งทำให้เรื่องราวของเขาถูกค้นหามากขึ้น  หลังจากรับใช้ชาติด้วยการรับราชการในสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  กระทรวงพลังงาน  หลังใช้ชีวิตนักเรียนประจำของโรงเรียนแฮร์โรว์ตั้งแต่อายุ  10  ขวบ  ในปี 2543  พร้อมๆ  กับการเปินตัวทีมรถแข่ง “หม่อมเต่าเรซซิ่งทีม”  โดยมีหม่อมเต่าเป็นเจ้าของ  ลงแข่งในสนามต่างๆ  สร้าง
ชื่อเป็นที่รู้จักในฐานะนักแข่งรถมีชื่อคนหนึ่งของเมืองไทย

          วันนี้  ม.ล.อภิมงคล  โสณกุล  จะมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่งพลันที่นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  แนะนำเขาในฐานะเลือดใหม่เสริมทัพสวมเสื้อพรรคประชาธิปัตย์

          “ตัวผมเองตั้งใจที่จะรับใช้ประเทศชาติ  โดยเข้ารับราชการตามความรู้ความสามารถที่ได้เรียนมา  เพราะครอบครัวของผมก็รับราชการมาตลอด  จนวันหนึ่งผมรู้สึกว่าการเมืองน่าจะมีส่วนในการพัฒนาประเทศชาติมากกว่า และคิดว่าตัวเองมีความพร้อมจึงอาสาเพื่อเข้ามาทำหน้าที่นี้  ซึ่งคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่ที่มีโครงสร้างของพรรคมั่นคงมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศในระยะยาวพร้อม ๆ กับการชักชวนของผู้ใหญ่ในพรรค ซึ่งผมเองก็มีความสนใจอยู่แล้วจึงไม่มีอะไรเป็นปัญหา”

          โดยเขามองภาพการเมืองในยุคหน้าว่า การเมืองน่าจะไม่ใช่เรื่องของคนบางกลุ่มที่เป็นนักการเมืองหรือแค่นักธุรกิจอีกต่อไป แต่คนในสังคมจะให้ความสำคัญและจับตาตรวจสอบมากขึ้น เพราะมันคือเรื่องของปากและท้องของพวกเขา นั้นจึงทำให้คนที่หันมาเล่นการเมืองเป็นกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนได้มีตัวเลือก  และจากความรู้ความสามารถของนักการเมืองรุ่นใหม่จะมีผลดีกับประเทศชาติในอนาคตอย่างแน่นอน

          ด้วยชาติตระกูลที่พ่วงท้ายมาด้วยนั้นเขามองว่าเป็นสิ่งที่ติดเขามาตั้งแต่เกิด เขาอยากให้คนมองเขาให้ครบ ไม่ใช่แค่มองว่าเขาเป็นลูกใครจบอะไรมา แต่อยากให้ดูต่อไปว่าเขามีความตั้งใจจริงแค่ไหนที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศชาติโดยกิจกรรมการเมืองที่จะได้เริ่มต้นนั้น

          “ ตอนนี้ก็เข้ามาเรียนรู้งานในพรรคซึ่งจะลงเขตเลือกตั้งในเขตไหนหรือไม่อย่างไรนั้นต้อง แล้วแต่คณะกรรมการบริหารพรรค ผมคิดว่าอายุผมเท่านี้เองยังต้องเรียนรู้และบ่มเพาะประสบการณ์จากผู้ใหญ่อีกเยอะ”

          นอกเหนือจากหล่อจิ๋วแล้ว รายชื่อยุวประชาธิปัตย์ที่รอผลัดใบนั้นยังมีชื่อของซี้สนิทของหล่อใหญ่อย่าง กรณ์ จาติกวณิช นักบริหารการเมืองมือฉมัง ทิ้งเงินเดือนเดือนละ 4 ล้านบาท ลงเขตยานนาวา ชนพระเอกหน้ายกวิกเจ็ดสีของพรรคไทยรักไทย ทั้งยังมีชื่อ  อธิป นานา  ทายาทการเมืองของแท้จากคุณ ปู่เล็ก  นานา